. โมอมีนา เปิดใจ เจอดราม่า ดูแล เบิร์ดแฟนแตงโม เกินหน้าที่ -
บันเทิง » โมอมีนา เปิดใจ เจอดราม่า ดูแล เบิร์ดแฟนแตงโม เกินหน้าที่

โมอมีนา เปิดใจ เจอดราม่า ดูแล เบิร์ดแฟนแตงโม เกินหน้าที่

31 มีนาคม 2022
81   0

โม อมีนา รับท้อมาก โดนด่าหิวแสง กับกระแสลบหลังเคลื่อนไหวเกี่ยวกับงาน แตงโม นิดา สุดเสียใจเจอดราม่า ดูแลเบิร์ด แฟนแตงโม เกินหน้าที่น้อง ถามจริง ๆ คิดได้ยังไง

วันที่ 30 มีนาคม 2565 นางร้ายหน้าสวย โม อมีนา ได้ออกมาเปิดใจถึงเรื่องคดีพี่สาวที่รัก แตงโม นิดา โดยยอมรับทำใจไว้แล้วว่าคดีจะยาวนาน ย้ำอยากให้ทุกคนออกมาพูดความจริง ไม่ยุ่งเรื่องสิทธิ์ของคุณแม่กับการถอดถอนใคร พร้อมเคลียร์ดราม่า คนว่าหิวแสง ดูแล เบิร์ด แฟนแตงโม เกินหน้าที่ และยังได้เล่าโมเมนต์น่ารักของเบิร์ดกับแตงโมที่ไปร่วมทริปด้วยกัน ในรายการ คุยแซ่บSHOW ทางช่องวัน 31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์ และเป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

– เรื่องแตงโมผ่านมาเดือนกว่าแล้ว ตอนนี้โอเคขึ้นหรือยัง ?

โม : มันจะมีบางช่วงที่โอเคและไม่โอเค ตอนที่หนูเจอปัญหาต่าง ๆ ในงานของพี่ ฟีคแบคต่าง ๆ มันก็ปน ๆ กันไป ก็มีที่ดีและก็ไม่ดี ความเศร้ามันเบาลงเพราะเราให้กำลังใจกัน อย่างในกลุ่มบ้านพี่โม แอนนา ฮิปโป พุดเดิ้ล ทุกคนพยายามให้กำลังใจกันว่างก็ไปหาที่บ้าน พี่เบิร์ดก็ซัพพอร์ตกัน มันเลยทำให้เรามีกำลังใจมากขึ้น

– คิดว่าเรื่องคดีจะนานขนาดนี้มั้ย ?

โม : คิดไว้แล้วค่ะว่านาน วันที่พบพี่พวกหนูได้ไปคุยกับเจ้าหน้าที่ว่า หนูให้ปากคำได้นะคะให้ข้อมูลได้นะ จากที่เรียกไปซ้ำ 2-3 รอบ เราก็พอรู้ในรูปต่าง ๆ ว่านานแหละ โมอยากให้ทุกคนมองในเรื่องของความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า ไม่อยากให้มองและจินตนาการว่าจะต้องเป็นแบบนั้นหรือแบบนี้ โมเป็นกลางนะ โมรู้สึกว่าทุกอย่างที่โมพยายามสู้มาทั้งต่อหน้าและลับหลังโมสู้หมด ใครให้เราทำอะไรเราทำหมด ใครให้เราช่วยเหลืออะไรเราช่วยหมด หนูมองว่ายังไงก็นาน เพราะสุดท้ายแล้วทางเจ้าหน้าที่ต้องสรุปสำนวนคดีมาก่อน สรุปสำนวนแต่มันก็ยังไม่สามารถปิดคดีได้

– คุณแม่ท่านเปลี่ยนฟิลลิ่งทุกวัน หลักท่านไม่ค่อยแข็งแรงมั้ย ?

โม : โมแจ้งก่อนว่าคุณแม่มีความเชื่อมั่นในเจ้าหน้าที่ตำรวจค่อนข้างสูง เมื่อคุณแม่ตัดสินใจแบบนั้นแล้วพวกหนูไปขัดแย้งอะไรไม่ได้ เพราะคุณแม่เป็นคุณแม่พี่โมอยู่ อำนาจการตัดสินใจทั้งหมดต้องยกให้คุณแม่ คุณแม่จะถอดใครเปลี่ยนใคร พวกหนูจะไม่เข้าไปยุ่งค่ะ

– ถอดถอนคุณหญิงหมอ คิดว่ายังไง ?

โม : อันนี้มันเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่หลาย ๆ ฝ่าย เค้ามีการประชุมกันมาแล้วว่าจะต้องเป็นลำดับขั้นแบบนี้ ๆ ที่คุณแม่ยื่นเรื่องต่าง ๆ โมว่าคุณแม่จะต้องคุย ปรึกษากับทางทนายมาแล้วค่อนข้างดีถึงออกมาทำ

– รู้มาล่าสุด 3 คนบนเรือ ไปให้ปากคำเพิ่ม คิดว่ารูปคดีเปลี่ยนมั้ย ?

โม : อันนี้ไม่ทราบค่ะ หนูบอกตรง ๆ ว่าพวกหนูมองในเรื่องของข้อเท็จจริง หลักฐานความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า คนนั้นคนนี้บอกว่าพี่โมเป็นแบบนี้ พวกหนูไม่ฟังกันเลย ไม่ใช่ว่าไม่เชื่อ แต่เรามองในเรื่องหลักฐานที่มันพิสูจน์เป็นไปได้มากกว่า

– 2 คนที่เพิ่งสึก เค้าสัญญากับแม่ไว้ว่าสึกแล้วจะสารภาพ ?

โม : ก็ขอให้เค้าทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับคุณแม่ก็แล้วกันเท่านั้นเอง ขอให้เป็นความจริง ทุกคนแค่อยากรู้ความจริง ทุกคนไม่ได้อยากยุ่งเกี่ยวกับคดี หรือทะเลาะกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือแม้กระทั่งคุณแม่ก็ดี เราขอแค่ความจริงเอง อยากรู้ความจริงที่เกิดกับพี่เราเท่านั้นเอง

– รอความจริงมาตลอด ผ่านมาเดือนกว่าแล้ว เหนื่อยขนาดไหน ?

โม : ทุกวันนี้หนูก็ยังนอนน้อยกันเหมือนเดิม หนูพยายามเท่าที่สามารถหนูจะทำได้ บางคนเป็นห่วงเราว่าเราจะต้องแลกกับอะไร หนูมีสติพอที่จะเลือกได้ว่าเรามีขอบเขตแค่นี้เราไได้เท่านี้ เราอยู่ได้แค่นี้ โดยที่เราจะไม่ได้รับอันตรายหรืออะไรใด ๆ หนูไม่ได้คิดถึงขั้นว่าใครจะมาทำร้ายใครจะมาขู่หรืออะไร เพราะหนูถือว่าแค่อยากหาความจริงให้พี่เท่านั้นเอง

– มีคนเตือนมั้ย ?

โม : เยอะมากค่ะ มีบ้างแต่โมไม่เรียกว่าการขู่คือการเตือน เพราะหนูรู้สึกว่าเราไม่ได้ทำอะไรผิด เจตนาของเค้าหนูไม่ทราบ ถ้าหวังดีก็ขอบคุณค่ะ ถ้าหวังอย่างอื่นหนูไม่ได้มองว่าหนูทำอะไรผิดแล้วหนูไม่ได้ทำเกืนหน้าที่ขอบเขตของตัวเอง

– กลัวมั้ย ?

โม : ไม่กลัวค่ะ

– ทนายเดชาบอกจะปิดคดี 24 เมษา คิดว่าปิดได้มั้ย ?

โม : ถ้าปิดได้ก็ขอบคุณทนายเดชามากค่ะ ก็อยากปิดให้ได้พวกหนูก็รอดูอยู่เพราะไม่ได้มีอำนาจเข้าไปยุ่งในเรื่องของทนาย

– ปิดคดีแล้วออกมาเป็นอุบัติเหตุ เราใช้ชีวิตไปต่อได้มั้ย ?

โม : ได้ค่ะ ทุกวันนี้หนูก็ไม่ถึงกับใช้ชีวิตไม่ได้ ก็ใช้ได้ แต่หนูแค่อยากฟังอะไรที่มันคือความจริง ต่อให้มันเป็นอุบัติเหตุแต่เป็นความจริงก็จบ

– ในกลุ่มเพื่อน ๆ มีใครได้คุยกับกระติกมั่งยัง ?

โม : รู้สึกว่าเค้าจะเฟดออกไปเลยค่ะ กลุ่มนี้เค้าไม่ได้อยู่ตั้งแต่แรก กลุ่มไลน์นี้ตั้งขึ้นหลังจากที่พี่หายไป โมว่าพี่เค้าก็ทำตัวชัดเจนกับพวกหนูดีนะ พวกหนูไม่ได้โกรธไม่ได้เกลียดพี่ติก พวกหนูไม่มีเจตนาแบบนั้น พวกหนูแค่อยากรู้ความจริงจากใจของเค้าจริง ๆ

– อยากให้เค้าออกมาพูด ?

โม : เค้าจะไปพูดตอนไหนก็ได้ จะไปพูดในชั้นศาลก็ได้ พูดต่อหน้าตำรวจก็ได้ ไม่ต้องพูดกับพวกหนูก็ได้แต่ขอให้เป็นความจริงจากใจเค้าจริง ๆ หนูอยากบอกว่าพี่โมรักพี่ติกมาก รักมากจนแบบหนูเองก็ไม่แตะเลย ไม่กล้าแตะไม่กล้ามีเรื่องกับพี่ติก รักมากจริง ๆ พี่ติกคือ 1 ในครอบครัวของพี่โมอะ

– พูดว่า พี่ติกทำตัวชัดเจนกับพวกหนูดี คือยังไง ?

โม : ก็คือไม่ยุ่ง เฟดออกเลย หนูว่าหนูก็สนิทกับพี่ติกประมาณนึงนะ ก็รู้จักกันมานานนะ ไม่ใช่ว่าหนูไม่รักพี่เค้านะ แต่หนูอยากจะบอกพี่เค้าว่าเค้าคือคนในครอบครัวของพี่โม แล้วทุกคนก็รักหลานเหมือนที่พี่รักลูก

– น้องอีสเตอร์ เป็นยังไงบ้างทราบมั้ย ?

โม : ไม่ทราบเลยค่ะ เรารู้แหละว่าหลานอยู่กับแม่ ก็อดไม่ได้ที่จะเป็นห่วง

– หน้าที่หลักในงานของแตงโมคืออะไร ?

โม : โมจะมีทีมกล้องวีดีโอภาพนิ่ง อยู่เลย 3 ชั้น เก็บภาพบรรยากาศทั้งหมด ทีมสตาฟใช้คนในกลุ่มทั้งหมด 15 คน ทั้งหมดเกือบ 20 คน อันนี้เป็นหน้าที่ของโม

– งานใหญ่มาก ๆ ทำไมถึงไม่จ้างคนให้รันงาน ?

โม : งานพี่อะเนอะหนูอยากทำเอง หนุเป็นคนวิ่งเอง เวลาดาราใครมาหนูวิ่งลงไปให้เพราะหนูห่วงแต่ละคน มันเป็นไว้อาลัยไม่ใช่งานอีเวนต์ เพราะฉะนั้นหนูจะถามทุกคนคำนี้ทุกคนจะได้ยินจากหนู “พี่คะ พี่สะดวกให้สัมภาษณ์มั้ย ถ้าพี่ไม่สะดวกให้สัมภาษณ์บอกนะคะ เดี๋ยวให้ทีมพาขึ้นไปหรือโมพาขึ้นไปเองก็ได้” หรือถ้ามาพร้อมกันจะมีทีมการ์ดของพี่เอส กันตพงศ์ ส่งมาให้ เราจะบอกเค้าไปรอคนนี้พาเค้าขึ้นไป หนูก็ต้องขอโทษพี่ ๆ นักข่าวด้วย บางคนเค้าไม่สะดวกให้สัมภาษณ์จริง ๆ เค้ามาไว้อาลัย

– กระแสดีก็มี ดราม่าก็เยอะ โดนว่า “หิวแสง” รู้สึกยังไงกับคำนี้ ?

โม : ใครที่เป็นเพื่อนโม โมดูแลแบบนี้ทุกคน พี่เค้าเป็นหนึ่งในคนแรกในชีวิตหนูที่หนูรักมากที่เค้าจากไปเท่านั้นเอง เชื่อว่าหลาย ๆ คนยังไม่เห็นโมเมนต์ของเราที่เราแสดงออกกับเพื่อนเราเป็นแบบนี้จริง ๆ เราเป็นแบบนี้อยู่แล้ว

– เจอคอมเมนต์ลบท้อมั้ย ?

โม : ท้อมากค่ะ แต่เพื่อพี่คำเดียว

– ได้ยินใครพูดอะไรมาถึงเฮิร์ตขนาดนั้น ?

โม : วันนั้นไม่รู้มาก่อนเลยว่าพี่เอจะเรียกไปทานข้าว เพราะหนูเป็นคนที่ต้องมางานก่อนเพื่อน งานเลิกก็รอเคลียร์งาน วันนั้นดึกมากเพราะเป็นวันสุดท้ายหนูต้องคอยเคลียร์ ขอบคุณทุกคน หนูก็ตามไปที่บ้านพี่เอก็ไปกินข้าว หนูสาบานเลยหนูไม่รู้ว่าเค้าถ่ายวีดีโอ เรารู้สึกว่ามันเป็นวันนั้นวันเดียวที่เราพูดได้ เพราะวันอื่นเราไม่มีเวลาแม้แต่ดูทีวี ต้องไปงานพี่ หนูหมายถึงว่าถ้ามันแลกกันได้เอาพี่หนูคืนแล้วเอาชื่อเสียงหนูไปไม่เป็นไร เพราะว่าเวลาที่มีคนติดต่องานหนูมาหนูพูดเลยว่าพี่พอก่อนเนอะ หนูลงให้ได้ หนูก็ไม่ได้อยากให้ลูกค้าด่าเราเรื่องงาน แต่ไม่ได้อยากให้คนอื่นมองว่าโกย หนูไม่ได้จะทำแบบนั้นเลย

– ความน่ารักของอมีนาคนกดไลค์เยอะมาก ยอดฟอลโลเท่าไหร่แล้ว ?

โม : ล้านเจ็ดค่ะ

– ในงานดูแลทุกอย่าง ดูแลแขกด้วย และดูแลคุณเบิร์ดด้วย ?

โม : กับพี่เบิร์ดก็มีดราม่า อันนี้หนูก็เสียใจว่าคิดได้ยังไงแต่ละคน หนูคอยดูแลพี่เบิร์ดเพราะหนูรู้พี่เบิร์ดไม่ไหว พี่เบิร์ดเค้ากินข้าวได้หนูก็เป็นคนประคอง กระแสดราม่าหนูถึงเนื้อถึงตัวพี่เบิร์ดมากไป เราดูแลเกินหน้าที่น้อง คิดได้ยังไงว่าเราจะอะไรกับแฟนพี่ ปัญญาอ่อนอะพี่ แต่หนูก็ไม่ใส่ใจเพราะหนูรู้หนูทำอะไรอยู่ แต่ก็ไม่ควรคิดอะ พี่เบิร์ดก็เหมือนพี่ชายหนู ก็คนที่พี่เรารักอะเนาะ

– เบิร์ดดีขึ้นขนาดไหนแล้ว

โม : เค้ายังคงไม่เลิกคืดถึงหรอกค่ะ โมว่าคนหลาย ๆ คนก็มูฟออนไม่ได้ อย่างหนูเหมือนจะได้ แต่พอถึงเวลาจริง ๆ ไม่ได้อีกแล้ว เค้าก็พยายามหาอะไรทำ เป็นเหมือนกิจกรรมที่ทำให้ตัวเองไม่เครียดแค่นั้นเอง มันเป็นอาชีพของพี่เค้าอยู่แล้วด้วย

– ทำเสื้อมาขาย 1,000 ตัว คนบอกว่าให้ทำมาอีกเยอะ ๆ ช่วงกอบโกย เบิร์ดตอบว่าไง ?

โม : ตอบว่าทำแต่พอเพียงก่อน เพราะเค้าเป็นคนทำเองผลิตเอง สกรีนเอง คุยกับลูกค้าเอง ตอบแชตเอง เค้ามองว่าเค้าทำเองทั้งหมดดีกว่า ไปจ้างมันเปลืองเงิน เค้าเป็นคนมัธยัสถ์

– ตอนที่แตงโมคบกับเบิร์ดใหม่ ๆ พามารู้จัก เค้าแนะนำว่ายังไง ?

โม : เค้าแนะนำว่าฉันจะพาตาหนวดมาให้รู้จักนะ เราก็บอกมาสักทีเถอะ เพราะพี่เค้าคบกันได้แค่ 2 ปีเอง ถ้าพี่โมเค้าไม่ได้อะไรกับใครจริง ๆ หนูจะไม่รู้จัก ทริปที่อยู่ด้วยกันยาว ๆ เลยคือเชียงใหม่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ไปเที่ยวก็อยู่ด้วยกันก็ได้รู้จักพี่เบิร์ดเยอะเลยค่ะ

– เค้าเหมือนนิ่ง ๆ เงียบ ๆ ?

โม : เค้าเหมือนเป็นผู้ชายสายดาร์กนะ แต่จริง ๆ เค้าเป็นผู้ชายหวานมาก ดูอบอุ่น เค้าดูแลพี่เรา ไม่ว่าพี่เราจะแว้ด ๆ เค้าจะหันไปยิ้ม ดูเป็นเรื่องน่าเอ็นดูไปเลยในสายตาเค้าเราแอบมองบ่อย เวลาเค้าจะมีโมเมนต์ไรกันหนูจะเป็นคนแอบมองน่ารักดี

– ดูแตงโมมีความสุขมั้ย ?

โม : มีความสุข ดีขึ้นเยอะมาก เพราะก่อนหน้านี้พี่เราไม่กล้าออกจากบ้าน ไม่กล้าไปเจอใคร ไม่กล้าแม้กระทั่งรับงาน เพราะว่าตัวเองไม่สวย บวกกับการที่เค้าเป็นโรคซึมเศร้า แต่หนูนับถือใจพี่เบิร์ดเลยนะ เพราะว่าพี่เบิร์ดอะทำให้พี่โมหายดี หายแบบพาไปอยู่กับธรรมชาติ พาไปขายของ มีกิจกรรมต่าง ๆ ให้พี่เรารู้สึกว่าเค้าไม่ป่วย โมไม่เคยเห็นอย่างนึง ไม่เคยเห็นว่าจะมีใครทำกับข้าวให้พี่ทาน มีพี่เบิร์ดนี่แหละ

ภาพจาก THE STANDARD

ชมคลิป

ขอบคุณคลิปจาก คุยแซ่บShow, ที่มา women.kapook

เป็นยังไงกันบ้างกับเรื่องราวและข่าวสารที่นำมาให้อ่านกันในวันนี้หวังว่าคงจะเป็นสาระข่าวที่เป็นประโยชน์ต่อ ท่านไม่มากก็น้อย ทั้งนี้ถ้ามีความผิดพลาดประการใดขออภัยไว้ณที่นี้ด้วยทางเราจะพยายามปรับปรุงให้ดีขึ้น ต่อไปฝากเป็นกำลังใจให้ทีมงานเราโดยการกดไลค์และแชร์ถ้าข้อมูลข่าวสารนี้ถูกใจท่าน!